|
ร่างกายคุณอ่อนตัวแค่ไหน
ความอ่อนตัว (flexibility) หมายถึงความสามารถของร่างกายในการเคลื่อนไหวให้ได้ทุกมุมอย่างเต็มที่ มีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบๆ ข้อต่อ ทำให้เคลื่อนไหวคล่องตัวไม่มีอาการติดขัด การเคลื่อนไหวของข้อต่อที่สำคัญในชีวิตประจำวันของคนเราคือ หลัง ไหล่ เข่า และข้อเท้า ผู้ที่มีความยืดหยุ่นของข้อต่อต่างๆ น้อย จะมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บต่อข้อนั้นๆได้ง่าย
สิ่งที่ทำให้ความอ่อนตัวของร่างกายลดลงนั้นมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่ อายุ เพศ รูปแบบการดำเนินชีวิตและกิจกรรมทางกายของแต่ละคน ในคนสูงอายุจะมีความอ่อนตัวลดลงจากเด็กและวัยรุ่น เพราะกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นลดลง รวมทั้งคนสูงอายุมักจะมีกิจกรรมทางกายน้อยลงด้วย เพศหญิงมักจะมีความอ่อนตัวมากกว่าเพศชายในทุกช่วงอายุ เนื่องมาจากโครงสร้างของร่างกาย กระดูกเชิงกรานและฮอร์โมน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณผู้หญิงทุกคนจะมีความอ่อนตัวมากกว่าผู้ชาย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับความอ่อนตัวนั้น คือรูปแบบการดำเนินชีวิต และระดับของกิจกรรมทางกาย
เราขาดความอ่อนตัวหรือเปล่า การวัดความอ่อนตัวของร่างกายสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ ถ้าคุณสามารถทำท่ายืนตรง งอตัวไปข้างหน้าและเอามือแตะปลายเท้าได้โดยไม่งอเข่า หรือสามารถเอาข้อศอกแตะเข่าในระหว่างการทำลุกนั่ง (sit-up) แบบขาเหยียดตรงได้ก็แสดงว่าความอ่อนตัวยังดีอยู่ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็แสดงว่า ร่างกายเริ่มขาดความอ่อนตัวแล้วล่ะค่ะ
สิ่งที่สำคัญของการพัฒนาความอ่อนตัวดีคือ การทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบข้อต่อมีความยืดหยุ่นและแข็งแรงมากขึ้น โดยเพิ่มการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และมุมของข้อต่อให้มากขึ้น มากกว่ากิจกรรมปกติในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีข้อควรระวังว่า ในการพยายามเพิ่มมุมของข้อต่อนั้น จะต้องไม่มากเกินกว่ามุมปกติของข้อนั้นๆ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายหรือบาดเจ็บได้
เทคนิคพัฒนาความอ่อนตัว
- ก่อนเริ่มฝึกทุกครั้ง ควรอบอุ่นร่างกายเป็นเวลา 3-5 นาที เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ และความร้อนในร่างกายที่เพิ่มขึ้นขณะอบอุ่นร่างกาย โดยเฉพาะที่บริเวณข้อต่อนั้นจะทำให้มุมของข้อต่อสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกสูงสุดถึง 20 เปอร์เซ็นต์ การอบอุ่นร่างกายสามารถทำในท่าง่ายๆได้ เช่น วิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆ กระโดดตบ และท่ายืนเอามือแตะเท้าสลับซ้ายขวา หรือจะทำควบคู่กันไปทั้งสามท่าก็ยิ่งดี
- ขณะยืดกล้ามเนื้อควรทำอย่างช้าๆจนรู้สึกตึงที่สุดแล้วนิ่งอยู่ท่านั้น นับเลขหนึ่งถึงสิบห้าในใจ (ประมาณ 15-20 วินาที) และอย่าพยายามกระชากหรือโยกอวัยวะส่วนที่ยืดแรงๆ เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นบาดเจ็บได้ แต่ค่อยๆเพิ่มการยืดให้มากขึ้นทีละนิดในครั้งต่อไป
- ในการยืดกล้ามเนื้อแต่ละท่า ควรทำซ้ำอย่างน้อยท่าละสองครั้ง และควรทำอย่างสม่ำเสมอ 5-7 ครั้งต่อสัปดาห์
- ขณะยืดกล้ามเนื้อ ร่างกายเรามักจะเกร็งและเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่ถูกต้องคือต้องไม่กลั้นหายใจและพยายามควบคุมการหายใจ โดยให้หายใจลึกๆ เป็นจังหวะช้าๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
การทำโยคะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้ผลดีมากในการเพิ่มความอ่อนตัวซึ่งก็แล้วแต่ความสนใจ และความถนัดของแต่ละคน
ท่าออกกำลังกายเพื่อพัฒนาความอ่อนตัว
กล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง (Lower Back) ท่าเตรียม นั่งเหยียดขาไปทางด้านหน้า วางมือข้างลำตัวในท่าตามสบาย วิธีปฏิบัติ ค่อยๆโน้มตัวลงให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ นิ่งค้างไว้ 15 - 20 วินาที พักประมาณ 5 วินาที แล้วปฏิบัติซ้ำอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
กล้ามเนื้ออกและไหล่ (Shoulder and Chest) ท่าเตรียม นั่งบนส้นเท้า ใช้มือทั้งสองข้างจับพนักเก้าอี้หรือราวที่มีความสูงกว่าระดับไหล่ เหยียดแขนให้ตึง วิธีปฏิบัติ ก้มศีรษะลงพร้อมกับกดลำตัวลงให้ต่ำที่สุด โดยที่แขนยังเหยียดตึงอยู่ ค้างไว้ 15-20 วินาที พักประมาณ 5 วินาที แล้วปฏิบัติซ้ำอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้ง (ถ้าต้องการยืดกล้ามเนื้อหน้าอกมากๆให้กางแขนออก)
กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า (Biceps) ท่าเตรียม นั่งขัดสมาธิ เหยียดแขนทั้งสองข้างออกไปด้านหลังวางไว้บนกล่อง วิธีปฏิบัติ ค่อยๆ โน้มลำตัวลงด้านหน้าจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีก นิ่งค้างไว้ 15 - 20 วินาที พักประมาณ 5 วินาที แล้วปฏิบัติซ้ำอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้ง
กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstring) ท่าเตรียม นั่งเหยียดขาตรง ยื่นแขนทั้งสองข้างไปทางด้านหน้าให้ขนานกับพื้น วิธีปฏิบัติ ค่อยๆ ก้มตัวลง เอื้อมมือแตะปลายเท้าให้ได้มากที่สุด ค้างไว้15 - 20 วินาที พักประมาณ 5 วินาที แล้วปฏิบัติซ้ำอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้ง
กล้ามเนื้อข้อเท้าและเอ็นร้อยหวาย (Ankle / Achilles Tendon) ท่าเตรียม นั่งเหยียดขาตรงทั้งสองข้าง ชันขาข้างที่จะยืดขึ้น เปิดปลายเท้าโดยที่ส้นเท้ายังแตะพื้น วิธีปฏิบัติ ใช้มือทั้งสองข้างจับที่บริเวณปลายเท้า ค่อยๆดึงปลายเท้าเข้าหาหน้าแข้ง จนรู้สึกตึงที่บริเวณเอ็นร้อยหวาย ค้างไว้15 - 20 วินาที พักประมาณ 5 วินาที แล้วปฏิบัติซ้ำอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้ง และสลับทำอีกข้าง
ขณะทำการยืดกล้ามเนื้อ ควรตรวจสอบท่าทางของตนเองว่าทำถูกต้องหรือไม่ จากความรู้สึกตึงในบริเวณกล้ามเนื้อนั้นๆ หากไม่รู้สึกตึง หมายความว่าคุณอาจอยู่ในท่าที่ผิด เช่น นั่งหลังค่อมอยู่ ควรยืดตัวให้ตรง การยืดกล้ามเนื้อจึงจะได้ผล
| แหล่งที่มา :
Health & Cuisine |
|
|